คณาเภสัช เรื่องมหาพิกัดเบญจ (ยา 5 สิ่ง)

herb-4-638

มหาพิกัดเบญจ (ยา 5 สิ่ง) ได้แก่ มหาพิกัดเบญจกูล อภิญญาณเบญจกูล ทศเบญจกูล โสฬสเบญจกูล และทศเบญขันธ์

มหาพิกัดเบญจกูล มีส่วนตัวยาดังนี้

  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เถาสะค้าน 6 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 10 ส่วน
  • รากช้าพลู 12 ส่วน
  • ดอกดีปลี 20 ส่วน

สรรพคุณ แก่ธาตุทั้งปวงให้บริบูรณ์

อภิญญาณเบญจกูล มีส่วนตัวยาดังนี้

  • ใบ ดอก ราก เจตมูลเพลิง สิ่งละ 4 ส่วน
  • ใบ ดอก ราก สะค้าน สิ่งละ 6 ส่วน
  • ใบ ดอก ราก ขิงแห้ง สิ่งละ 10 ส่วน
  • ใบ ดอก ราก ช้าพลู สิ่งละ 12 ส่วน
  • ใบ ดอก ราก ดีปลี สิ่งละ 20 ส่วน

สรรพคุณ แก้ในกองอภิญญาณธาตุ คือ ธาตุสำแดงให้รู้ดุจผีสิง

ทศเบญจกูล มีส่วนตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 10 ส่วน
  • เถาสะค้าน 10 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 10 ส่วน
  • รากช้าพลู 10 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 10 ส่วน

สรรพคุณ แก้ในกองธาตุทั้งปวงและสงเคราะห์ไปแก้ในโรคสตรี

โสฬสเบญจกูล สรรพคุณ เพื่อแก้ในกองธาตุทั้ง 4 และอากาศธาตุ โดยแบ่งตามธาตุ คือ

1. โสฬสเบญจกูล ถ้าจะแก้ในกองปถวีธาตุ (ธาตุดิน) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 16 ส่วน
  • รากช้าพลู 8 ส่วน
  • เถาสะค้าน 6 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 2 ส่วน

2. โสฬสเบญจกูล ถ้าจะแก้ในกองอาโปธาตุ (ธาตุนน้ำ) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 16 ส่วน
  • รากช้าพลู 8 ส่วน
  • เถาสะค้าน 6 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 2 ส่วน

3. โสฬสเบญจกูล ถ้าจะแก้ในกองวาโยธาตุ (ธาตุลม) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 16 ส่วน
  • รากช้าพลู 8 ส่วน
  • เถาสะค้าน 6 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 2 ส่วน

4. โสฬสเบญจกูล ถ้าจะแก้ในกองเตโชธาตุ (ธาตุไฟ) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 16 ส่วน
  • รากช้าพลู 8 ส่วน
  • เถาสะค้าน 6 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 2 ส่วน

5. โสฬสเบญจกูล ถ้าจะแก้ในกองอากาศธาตุ มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 16 ส่วน
  • รากช้าพลู 8 ส่วน
  • เถาสะค้าน 6 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 2 ส่วน

รวมกันได้ 36 ส่วนโดยพิกัด แก้ในกองธาตุสมุฏฐาน ขอให้พิจารณาดูว่าโรคจะอยู่ในสมุฏฐานใด แก้ด้วยโสฬสเบญจกูลพิกัดใด จึงจะเหมาะแก่การบำบัดโรคนั้น

ทศเบจขันธ์ แก้ในกองอสุรินธัญญาณธาตุ คือ ธาตุสำแดงให้รู้ดุจผีสิง ให้ระส่ำระสายอยู่ในสมุฏฐานใด แก้ด้วยโสฬสเบญจกูลพิกัดใด จึงจะเหมาะแก่การบำบัดโรคนั้น

1. ทศเบญจขันธ์ ถ้าจะแก้ในกองปถวีธาตุ (ธาตุดิน) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • ดอกดีปลี 5 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 4 ส่วน
  • เถาสะค้าน 3 ส่วน
  • รากช้าพลู 2 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 1 ส่วน

2. ทศเบญจขันธ์ ถ้าจะแก้ในกองเตโชธาตุ (ธาตุไฟ) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • รากเจตมูลเพลิง 5 ส่วน
  • เถาสะค้าน 4 ส่วน
  • รากช้าพลู 3 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 2 ส่วน
  • ดอกดีปลี 1 ส่วน

3. ทศเบญจขันธ์ ถ้าจะแก้ในกองวาโยธาตุ (ธาตุลม) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • เถาสะค้าน 5 ส่วน
  • รากช้าพลู 4 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 3 ส่วน
  • ดอกดีปลี 2 ส่วน
  • เจตมูลเพลิง 1 ส่วน

4. ทศเบญจขันธ์ ถ้าจะแก้ในกองอาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • รากช้าพลู 5 ส่วน
  • เหง้าขิงแห้ง 4 ส่วน
  • ดอกดีปลี 3 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 2 ส่วน
  • เถาสะค้าน 1 ส่วน

5. ทศเบญจขันธ์ ถ้าจะแก้ในกองอากาศธาตุ มีส่วนและตัวยาดังนี้

  • เหง้าขิงแห้ง 5 ส่วน
  • ดอกดีปลี 4 ส่วน
  • รากเจตมูลเพลิง 3 ส่วน
  • เถาสะค้าน 2 ส่วน
  • รากช้าพลู 1 ส่วน

รวมกันได้ 15 ส่วน โดยพิกัด แก้ในกองอสุรินธัญญาณธาตุ

1 Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s